วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553
งานอำลาอาลัยวัยเกษียณ คณะศึกษาศาสตร์ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๓
คณะศึกษาศาสตร์ ได้จัดงานอำลาอาลัยวัยเกษียณ สำหรับคณาจารย์และบุคลากรของคณะ เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๓ รวมถึงการต้อนรับสมาชิกใหม่ และแสดงความยินดีกับผู้ที่สำเร็จการศึกษา - ผู้ที่ได้รับรางวัลและการยกย่องเชิดชูเกียรติจากองค์กรต่างๆ ด้วย โดยงานจัดขึ้น ณ ห้องประชุม โรงแรมเทา-ทอง ชั้น ๒ เริ่มตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐ - ๒๒.๐๐ น. มีคณาจารย์ไปร่วมงานจำนวนมาก
วันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553
มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ
มหาวิทยาลัยที่มีสิทธิ์สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ จะต้องมีคุณสมบัติสำคัญคือ ต้องอยู่ในลำดับการจัดลำดับมหาวิทยาลัยโลก ของ THE-QS ไม่ต่ำกว่าอันดับที่ ๕๐๐ หรือไม่ติดอยู่ใน ๕๐๐ อันดับ ก็จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
๑. ต้องมีผลงานวิจัยในระดับนานาชาติ ซึ่งได้รับการบันทึกไว้หรือได้รับการยอมรับไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เรื่อง ใน ๕ ปีล่าสุด
๒. ต้องมีผลงานวิจัยระดับนานาชาติที่โดดเด่น อย่างน้อย ๒ ใน ๕ สาขา ที่ได้รับการตีพิมพ์
๓. ต้องมีอาจารย์ที่จบปริญญาเอก เกินกว่า ๔๐% ของอาจารย์ที่มีอยู่ทั้งหมดในมหาวิทยาลัย
๑. ต้องมีผลงานวิจัยในระดับนานาชาติ ซึ่งได้รับการบันทึกไว้หรือได้รับการยอมรับไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เรื่อง ใน ๕ ปีล่าสุด
๒. ต้องมีผลงานวิจัยระดับนานาชาติที่โดดเด่น อย่างน้อย ๒ ใน ๕ สาขา ที่ได้รับการตีพิมพ์
๓. ต้องมีอาจารย์ที่จบปริญญาเอก เกินกว่า ๔๐% ของอาจารย์ที่มีอยู่ทั้งหมดในมหาวิทยาลัย
ป้ายกำกับ:
National Research University1
วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2552
โครงการพัฒนาครูในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอน
สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน ได้เรียนเชิญผมไปร่วมวางแผนการพัฒนาครูเพื่อให้มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอน เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวามคม ๒๕๕๒ ณ ห้องประชุมยืน ภู่สุวรรณ สำนักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นับเป็นสิ่งที่น่ายินดีที่ รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ มีแนวคิดในการพยายามพัฒนาพฤติกรรมของครูในการจัดกาเรียนการสอน แต่สิ่งที่น่าเสียดาย คือ ข้อจำกัดเรื่อง ระยะเวลาในการดำเนินงาน หากมีระยะเวลาในการบ่มเพาะแนวคิดและการดำเนินการที่เฉียบคมกว่านี้ น่าจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงกว่านี้แน่นอน อย่างไรก็ตามภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว นับว่าก็ยังมีความท้าทายนักการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง สมควรที่จะต้องทำงานแข่งกับเวลาต่อไป
วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2552
เบื้องหลังความสำเร็จด้านการศึกษาของฟินแลนด์
ประเทศฟินแลนด์ เป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการจัดการศึกษาอย่างสูงยิ่ง เพราะในช่วงปี ค.ศ.๒๐๐๒ และ ๒๐๐๖ ฟินแลนด์ มีผลการสำรวจด้านคุณภาพการเรียนการสอนของเด็กในด้าน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และการอ่าน เป็นอันดับหนึ่งของโลก จากการที่มีโอกาสเดินทางมาศึกษาดูงานระหว่างวันที่ ๑-๕ กันยายน ๒๕๕๒ มีข้อสังเกตที่น่าสนใจ ดังนี้
๑. ฟินแลนด์ พิถีพิถันในกระบวนการคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนครูมาก มีการสอบรอบแรกด้วยการมอบ Writing assignment หากผ่านรอบแรก จะมีการสอบสัมภาษณ์ การสอบทดลองสอน จากนั้นจึงจะผ่านเข้าไปเรียนครูได้
๒. ฟินแลนด์ มีระบบช่วยเหลือนักเรียนที่เรียนอ่อนอย่างมีประสิทธิภาพ
๓. ครูฟินแลนด์ เป็นครูมืออาชีพอย่างแท้จริง คือ ทุกคนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท
๔. การทดสอบด้วยแบบทดสอบรวมระดับชาติไม่มี แต่จะให้การประเมินเป็นหน้าที่ของครูเป็นสำคัญ
๕. ความแตกต่างด้านคุณภาพการศึกษาระหว่างโรงเรียนน้อยมากและความแตกต่างภายในโรงเรียนก็ไม่แตกต่างกัน
๖. อาชีพครู เป็นอาชีพที่มีเวลาพักผ่อนประจำปีประมาณปีละ สองเดือนครึ่ง ทำให้คนสนใจกันมาก
๗. การศึกษาของฟินแลนด์เรียนฟรีอย่างแท้จริง จนถึงระดับปริญญาตรี
๘. ฟินแลนด์ กำลังพยายามดำเนินการปฏิรูปการอุดมศึกษาอย่างน่าสนใจ มีการหลอมรวมมหาวิทยาลัย มีการจัดกระบวนทัพของมหาวิทยาลัยได้อย่างน่าสนใจ เพื่อเข้าสู่การแข่งขันระดับโลกอย่างมีนวัตกรรม
๙. ประเทศฟินแลนด์ ใช้เงินเพื่อการศึกษาประมาณ ร้อยละ ๖ ของ GDP ประเทศ
สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงข้อสังเกตเล็ก ๆ หากสนใจลองติดตามได้ที่งานประชุมวิชาการวันที่ ๑๕-๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๒ ณ ไบเทคบางนา หรือตรวจสอบเพิ่มเติมที่ http://www/educa-iclt.com
๑. ฟินแลนด์ พิถีพิถันในกระบวนการคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนครูมาก มีการสอบรอบแรกด้วยการมอบ Writing assignment หากผ่านรอบแรก จะมีการสอบสัมภาษณ์ การสอบทดลองสอน จากนั้นจึงจะผ่านเข้าไปเรียนครูได้
๒. ฟินแลนด์ มีระบบช่วยเหลือนักเรียนที่เรียนอ่อนอย่างมีประสิทธิภาพ
๓. ครูฟินแลนด์ เป็นครูมืออาชีพอย่างแท้จริง คือ ทุกคนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท
๔. การทดสอบด้วยแบบทดสอบรวมระดับชาติไม่มี แต่จะให้การประเมินเป็นหน้าที่ของครูเป็นสำคัญ
๕. ความแตกต่างด้านคุณภาพการศึกษาระหว่างโรงเรียนน้อยมากและความแตกต่างภายในโรงเรียนก็ไม่แตกต่างกัน
๖. อาชีพครู เป็นอาชีพที่มีเวลาพักผ่อนประจำปีประมาณปีละ สองเดือนครึ่ง ทำให้คนสนใจกันมาก
๗. การศึกษาของฟินแลนด์เรียนฟรีอย่างแท้จริง จนถึงระดับปริญญาตรี
๘. ฟินแลนด์ กำลังพยายามดำเนินการปฏิรูปการอุดมศึกษาอย่างน่าสนใจ มีการหลอมรวมมหาวิทยาลัย มีการจัดกระบวนทัพของมหาวิทยาลัยได้อย่างน่าสนใจ เพื่อเข้าสู่การแข่งขันระดับโลกอย่างมีนวัตกรรม
๙. ประเทศฟินแลนด์ ใช้เงินเพื่อการศึกษาประมาณ ร้อยละ ๖ ของ GDP ประเทศ
สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงข้อสังเกตเล็ก ๆ หากสนใจลองติดตามได้ที่งานประชุมวิชาการวันที่ ๑๕-๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๒ ณ ไบเทคบางนา หรือตรวจสอบเพิ่มเติมที่ http://www/educa-iclt.com
วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
การประเมินคุณภาพการจัดการศึกษาของคณะศึกษาศาสตร์
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้รับการประเมินโดยคณะกรรมการประเมินคุณภาพ ซึ่งมหาวิทยาลัยได้เรียนเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน ๔ ท่าน มาเป็นผู้ประเมิน ประกอบด้วย ศาสตราจารย์ ดร.เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์ ราชบัณฑิต รองศาสตราจารย์ ดร.กล้า ทองขาว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร์พร หล่อสุวรรณกุล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมถวิล จริตควร การประเมินได้ดำเนินการในวันจันทร์ที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๒ จากการรับฟังผลการสรุปเบื้องต้นของคณะกรรมการ พบว่า โดยภาพรวมคณะศึกษาศาสตร์ มีผลการดำเนินงานอยู่ในระดับ "ดีมาก" ได้ค่าคะแนนผลการประเมินโดยรวมเท่ากับ ๒.๕๑ จากระบบ ๓.๐๐
บทเรียนที่คณะศึกษาศาสตร์ ได้เรียนรู้จากการประเมินครั้งนี้ ประกอบด้วย
๑. การดำเนินงานของคณะศึกษาศาสตร์ จะต้องพยายามบริหารแผนยุทธศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ประเด็นที่ต้องตระหนัก คือ การสร้างสรรค์แผนงาน โครงการจะต้องสะท้อนเป้าประสงค์ให้มากกว่าปัจจุบัน
๒. การประเมินโครงการตามแผนงาน จะต้องดำเนินการคำนึงถึงการบรรลุเป้าหมายตาม ตัวดัชนีชี้วัดให้มากที่สุด
๓. จะต้องมีการประเมินและติดตามการบรรลุเป้าหมายตามตัวดัชนีชี้วัดอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบอย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง
๔. จะต้องมีระบบและกลไกการวิเคราะห์และสังเคราะห์ ความรู้จากงานวิจัยและงานสร้างสรรค์เพื่อนำไปใช้ประโยชน์
๕. จะต้องพยายามเชื่อมโยงงานวิจัย เข้าสู่งานการเรียนการสอนและการบริการวิชาการให้ได้
๖. จะต้องพยายามแก้ปัญหาสัดส่วน อาจารย์ต่อจำนวนนิสิตให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานให้ได้
๗. จะต้องจัดระบบการส่งเสริม จูงใจให้คณาจารย์ผลิตงานวิจัยที่มีคุณภาพมากกว่าปัจจุบัน
๘. จะต้องพัฒนาระบบการกระตุ้นและจูงใจให้คณาจารย์พัฒนาตำแหน่งวิชาการให้สูงขึ้นให้ได้อย่างน้อยปีละ
๑๐ คน
๙. สร้างความเข้าใจกับคณาจารย์และนิสิต ถึงข้อขัดข้อง ความยุ่งยากและข้อจำกัดในเรื่อง อาคารสถานที่ระหว่างการก่อสร้างอาคารใหม่ในระยะอีก ๓ ปีข้างหน้า
ประเด็นทั้งหมดนี้คณะศึกษาศาสตร์ จะดำเนินการจัดทำแผนยกระดับตุณภาพของคณะศึกษาศาสตร์อย่างเป็นระบบต่อไป
บทเรียนที่คณะศึกษาศาสตร์ ได้เรียนรู้จากการประเมินครั้งนี้ ประกอบด้วย
๑. การดำเนินงานของคณะศึกษาศาสตร์ จะต้องพยายามบริหารแผนยุทธศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ประเด็นที่ต้องตระหนัก คือ การสร้างสรรค์แผนงาน โครงการจะต้องสะท้อนเป้าประสงค์ให้มากกว่าปัจจุบัน
๒. การประเมินโครงการตามแผนงาน จะต้องดำเนินการคำนึงถึงการบรรลุเป้าหมายตาม ตัวดัชนีชี้วัดให้มากที่สุด
๓. จะต้องมีการประเมินและติดตามการบรรลุเป้าหมายตามตัวดัชนีชี้วัดอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบอย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง
๔. จะต้องมีระบบและกลไกการวิเคราะห์และสังเคราะห์ ความรู้จากงานวิจัยและงานสร้างสรรค์เพื่อนำไปใช้ประโยชน์
๕. จะต้องพยายามเชื่อมโยงงานวิจัย เข้าสู่งานการเรียนการสอนและการบริการวิชาการให้ได้
๖. จะต้องพยายามแก้ปัญหาสัดส่วน อาจารย์ต่อจำนวนนิสิตให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานให้ได้
๗. จะต้องจัดระบบการส่งเสริม จูงใจให้คณาจารย์ผลิตงานวิจัยที่มีคุณภาพมากกว่าปัจจุบัน
๘. จะต้องพัฒนาระบบการกระตุ้นและจูงใจให้คณาจารย์พัฒนาตำแหน่งวิชาการให้สูงขึ้นให้ได้อย่างน้อยปีละ
๑๐ คน
๙. สร้างความเข้าใจกับคณาจารย์และนิสิต ถึงข้อขัดข้อง ความยุ่งยากและข้อจำกัดในเรื่อง อาคารสถานที่ระหว่างการก่อสร้างอาคารใหม่ในระยะอีก ๓ ปีข้างหน้า
ประเด็นทั้งหมดนี้คณะศึกษาศาสตร์ จะดำเนินการจัดทำแผนยกระดับตุณภาพของคณะศึกษาศาสตร์อย่างเป็นระบบต่อไป
ป้ายกำกับ:
QA2009ED
วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552
การจัดทำแผนยุทธศาสตร์คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
วันเสาร์ที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๒ ได้มีโอกาสมาร่วมเป็นวิทยากรการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ของคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ณ GAZEBO Hotel พัทยาใต้ มีคณาจารย์และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมประมาณ๑๕ คน การดำเนินการมีความก้าวหน้าด้วยดี ทุกคนให้ความร่วมมือ ผลการดำเนินการ มีพอสังเขป ดังนี้
วิสัยทัศน์ : คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แหล่งการเรียนรู้คุณภาพเพื่อการสร้างสรรค์ศิลปกรรม
วิสัยทัศน์ : คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แหล่งการเรียนรู้คุณภาพเพื่อการสร้างสรรค์ศิลปกรรม
ป้ายกำกับ:
Gazebo Hotel:27June2009
วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2552
แนวทางการพัฒนาวิชาชีพครู
ในช่วงนี้ข้าพเจ้าได้มีส่วนเป็นคณะกรรมการในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อวางแผนการผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา มีประเด็นที่น่าคิดประการหนึ่งคือ ครูเป็นอาชีพตั้งต้น เป็นเงื่อนไขสำคัญของการพัฒนาประเทศ เพราะครูดี จะมีส่วนสร้าง "คนคุณภาพ" ให้กับประเทศ ดังนั้น ข้อเสนอที่จะทำให้ครูเป็นวิชาชีพชั้นสูงอย่างแท้จริง อยู่การท้าทายผู้นำและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนี้
๑. ควรมีการประเมินคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์อย่างจริงจัง
๒. ควรมีการประเมินถึงระดับสาขาวิชา
๓.การกำหนดอัตราเงินเดือนจะต้องจูงใจ มิใช่ใช้บัญชีเดียวกันกับของข้าราชการทั่วไป
๔. จะต้องมีการประกันงาน มีอัตราบรรจุ
คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ควรทุ่มเทภาระงานอย่างน้อย ร้อยละ ๕๐ ไปกับการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างจริงจัง ให้เป็นนักพัฒนาบุคลากรมืออาชีพ เป็นวิทยากรมืออาชีพ
เป้าหมายการพัฒนาจะต้อง พัฒนาให้ครูมีกำลังใจทุ่มเททำงานเพื่อเด็ก
พัฒนานักบริหารการศึกษา ให้เป็นนักบริหารที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและผู้นำจะต้องมีเสน่ห์
๑. ควรมีการประเมินคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์อย่างจริงจัง
๒. ควรมีการประเมินถึงระดับสาขาวิชา
๓.การกำหนดอัตราเงินเดือนจะต้องจูงใจ มิใช่ใช้บัญชีเดียวกันกับของข้าราชการทั่วไป
๔. จะต้องมีการประกันงาน มีอัตราบรรจุ
คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ควรทุ่มเทภาระงานอย่างน้อย ร้อยละ ๕๐ ไปกับการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างจริงจัง ให้เป็นนักพัฒนาบุคลากรมืออาชีพ เป็นวิทยากรมืออาชีพ
เป้าหมายการพัฒนาจะต้อง พัฒนาให้ครูมีกำลังใจทุ่มเททำงานเพื่อเด็ก
พัฒนานักบริหารการศึกษา ให้เป็นนักบริหารที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและผู้นำจะต้องมีเสน่ห์
ป้ายกำกับ:
2June2009
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
