วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

การประชุมกำหนดแนวทางการคัดเลือกนิสิต นักศึกษาใหม่ ปี ๒๕๕๔

วันนี้ ได้เข้าร่วมประชุมในฐานะรองประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย ที่อาคารจามจุรี ๔ ห้อง ๒๐๒ จัดโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ) ประเด็นสาระสำคัญ คือ การปรึกษาหารือ แนวทางการกำหนดค่าน้ำหนักและองค์ประกอบของการจัดสอบระบบ ADMISSION กลาง มีประเด็นสาระสำคัญ ดังนี้
๑. แนวคิดพัฒนาการของการสอบบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยของไทยนั้น มีพัฒนาการมายาวนานประมาณ เกือบ ๕๐ ปี แล้ว
๒. การสอบ ENTRANCE แบบเดิมซึ่งใช้มานานมากนั้น เป็นระบบที่นักเรียนเลือกคณะแล้วสอบ แต่ไม่เคยได้เห็นคะแนน แต่ตัดสินผลโดยที่เจ้าตัวยังไม่รู้เลยว่าชะตากรรมจะเป็นอย่างไร
๓. การสอบแบบ ADMISSION นั้น เป็นระบบนักเรียนรู้คะแนนก่อนแล้วพิจารณาระดับตนเองเพื่อเลือกคณะตามที่สนใจเรียน
๔. จากการที่มีการสอบ O-NET A-NET นั้น โดยเฉพาะ O-NET จะเป็นตัวสะท้อนคุณภาพของโรงเรียนจริง ๆ เพราะเป็นข้อสอบกลางชุดเดียวกันทั้งประเทศ เมื่อนำมาเทียบกับผลการเรียนเฉลี่ยของนักเรียนย้อนหลังไป ๓ ปี จะพบว่า โรงเรียนปล่อยเกรด หากสนใจติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ของ สทศ.
๕. ปี ๒๕๕๔ จะมีการเปลี่ยนแปลง คือ มีการใช้คะแนน GPAX + GAT + PAT น้ำหนักจะต่างกันตามแต่ละคณะที่จะรับ ทั้งหมดนี้ ทปอ.จะมาสรุปผลกันที่มหาวิทยาลัยบูรพา วันที่ ๓๑ สิงหาคม - ๑ กันยายน ๒๕๕๒
๖. แต่มีข้อสังเกตคือ หลายคณะ หลายมหาวิทยาลัยสะท้อนว่า การสอบตรงได้นักเรียนที่มีคุณภาพมากกว่าการสอบจากส่วนกลาง
๗. สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ดำริจะจัดการเสวนาเรื่องนี้กันภายในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๒ นี้ เพื่อให้แนวคิดหลักการกับสังคม ถึงจุดเด่น จุดอ่อนของการสอบ ADMISSION กำหนดจัดกันที่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ประมาณปลายเดือนมิถุนายน ๒๕๕๒

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ทำไมประเทศฟินแลนด์ มีผลการเรียนด้านคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์และการอ่านสูงสุดระดับโลก (2)

ผู้เขียนพร้อมด้วย คุณยุพเรศ นิ่มเล็ก เจ้าหน้าที่ของบริษัท ปิโก้(ประเทศไทย) จำกัด ซึ่ง เป็นบริษัทที่ทำงานร่วมกับคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ในการช่วยกันสร้างสรรค์งาน “EDUCA 2009” กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 15-17 ตุลาคม 2552 ณ ศูนย์การประชุมไบเทค บางนา โดยมี ที่ประชุมคณบดีคณะศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ 16 สถาบัน และสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ร่วมเป็นเจ้าภาพด้วย นอกจากนั้นยังมีกระทรวงศึกษาธิการ ประเทศไทย The Thailand-United States Educational Foundation- Fulbright นอกจากนั้นยังได้รับการสนับสนุนจาก คณะศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ทั่วประเทศ Illinois State University (ISU) ประเทศสหรัฐอเมริกา ร่วมเป็นเจ้าภาพสนับสนุนการจัดงานด้วย วัตถุประสงค์หลักของการเดินทางมากรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ก็เพื่อจะมาเรียนเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษาและวิทยาศาสตร์ของประเทศฟินแลนด์ (Mrs.Henna Maria Virkkunen) ไปบรรยายในงานที่จะจัดขึ้น รวมทั้งการประสานงานรายละเอียดการเข้าร่วมจัดนิทรรศการในงานดังกล่าว เหตุที่ต้องเลือกประเทศฟินแลนด์ เพราะเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในด้านการจัดการศึกษาอย่างยอดเยี่ยม ชนิดที่ว่า ได้อันดับ 1 ของโลกในด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ รวมทั้งด้านการอ่าน ได้เป็นอันดับที่สอง ในปี ค.ศ.2003 และ ค.ศ. 2006 (The OECD Programme for International Student Assessment (PISA)) ในปัจจุบันมีประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเดินทางไปศึกษาว่าเป็นเพราะเหตุใด ประเทศฟินแลนด์จึงประสบความสำเร็จอย่างสูง ดังนั้น ด้วยการประสานงานของ ท่านเกริกพันธุ์ ฤกษ์จำนง อัครราชฑูตที่ปรึกษาประจำกรุงเฮลซิงกิ และ Mr.Jari Hietala – Vice President Finpro South East Asia และ Mrs.Tarja Ihalainen – HRD Cosultant FinPro ได้ร่วมมือกันนัดหมายกับกระทรวงศึกษาธิการ ประเทศฟินแลนด์ ในการจะขอนำคณะผู้แทนจากประเทศไทย เข้าพบเพื่อเรียนเชิญไปบรรยายในงานดังกล่าว ซึ่งผลการเดินทางมาครั้งนี้ มีประเด็นที่ได้เรียนรู้และมีข้อสังเกต คือ ความสำเร็จในการจัดการศึกษาของฟินแลนด์ ไม่สามารถจะอธิบายได้ด้วยปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งว่าทำให้ประสบความสำเร็จได้ หากแต่ความสำเร็จของเด็กฟินแลนด์ เกิดขึ้นจาก การมีปัจจัยที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกันของศาสตร์ที่ว่าด้วยการสอนอย่างสลับซับซ้อน อันได้แก่ ความสนใจส่วนตัวของนักเรียน กิจกรรมงานอดิเรกของนักเรียน โครงสร้างของระบบการศึกษา การฝึกหัดครู การฝึกปฏิบัติการของครู และสิ่งสุดท้ายคือ วัฒนธรรมของฟินแลนด์ (THE FINNISH SUCCESS IN PISA – AND SOME REASONS BEHIND IT PISA 2003)

ทำไมประเทศฟินแลนด์ มีผลการเรียนด้านคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์และการอ่านสูงสุดระดับโลก

ประเทศฟินแลนด์ เป็นประเทศในกลุ่มยุโรป ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงยิ่ง ในการจัดการศึกษาด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ นับตั้งแต่ ปี พ.ศ.2543 จนถึง พ.ศ.2552 ต้องถือว่าประเทศฟินแลนด์สามารถพัฒนาการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และการอ่าน ได้อย่างรวดเร็ว และมีคุณภาพสูงระดับโลก โดยการประเมินของ The OECD Programme for International Student Assessment (PISA) นับเป็นเรื่องที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่งว่า ทำไมประเทศที่มีงบประมาณมหาศาลอย่าง สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สิงค์โปร์ และอีกหลายประเทศ จึงไม่สามารถทำให้เป็นที่หนึ่งของโลกได้ จากสถิติข้อมูลของ OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) สะท้อนว่า งบประมาณมิได้เป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จทางการศึกษาอย่างแน่นอน ดังนั้น จึงมีคำถามตามมาว่า แล้วปัจจัยอะไรที่เป็นเงื่อนไขของความสำเร็จ ด้วยเหตุนี้ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จึงมีความมุ่งมั่นและพยายามที่จะถอดบทเรียนจากความสำเร็จของประเทศฟินแลนด์เพื่อนำมาเป็นบทเรียนแห่งความสำเร็จที่ประเทศไทย น่าจะได้แบบอย่างที่ดีของการเรียนรู้และพัฒนาอย่างมีทิศทางต่อไป

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เตรียมการประชุมความร่วมมือระหว่างประเทศว่าด้วยเรื่อง การพัฒนาอาชีวศึกษา

เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปพบกับผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมันท่านหนึ่ง ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานด้านการพัฒนาการศึกษาแขนงอาชีวศึกษา ในประเทศแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มานานประมาณ ๓๐ ปี การพบกันครั้งนี้เกิดขึ้นที่โรงแรมแลนด์มาร์ค ถนนสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร ต้นเหตุที่ทำให้เราได้มีโอกาสมาพบปะหารือกันวันนี้ เกิดจากการที่ GTZ ประเทศเยอรมัน เป็นผู้ริเริ่มให้การส่งเสริมสนับสนุน ให้สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา จากประเทศจีน สปป.ลาว เวียดนาม โอมานและประเทศไทย ได้มาสร้างความร่วมมือกันเพื่อพัฒนากิจการอาชีวศึกษาให้เข้มแข็ง สำหรับประเทศไทยมีสถาบันอุดมศึกษา ๒ แห่งที่ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมเครือข่ายความร่วมมือตามแนวคิดนี้ ในระยะที่ผ่านมา GTZ ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณสำหรับการจัดการประชุม การประชุมเครือข่ายความร่วมมือ มีการประชุมร่วมกัน มา ๒ ครั้งแล้ว ครั้งแรกเกิดขึ้นที่ Tongi University เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และต่อมามีการประชุมครั้งที่ ๒ เมื่อประมาณเดือนพฤจิกายน ๒๕๕๑ ที่มหาวิทยาลัยสุภานุวงศ์ ประเทศสาธารณรับประชาธฺปไตยประชาชนลาว สำหรับการประชุมครั้งที่ ๓ จะเกิดขึ้นในประเทศไทยประมาณ เดือนพฤศจิายน ๒๕๕๒ ดังนั้น การพบปะกันในวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมาก็มีวัตถุประสงค์หลักก็เพื่อเตรียมการประชุมเครือข่ายประมาณเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๒ นี้ ทั้งนี้ สถาบันการศึกษาในประเทศไทยมีเพียง คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กับคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญญบุรี เท่านั้น ที่ได้รับเกียรติเชิญเข้าร่วมเป็นสมาชิก ดังนั้น การพบกันเมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ที่ผ่านมา แน่ละคงหนีไม่พ้นผู้แทนทั้งสองสถาบันต้องมาเป็นหลักสำคัญ ผลการพบปะหารือ มีประเด็นสาระสำคัญ ดังนี้
๑. สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล และคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้ตกลงกันว่าจะจัดผู้แทนฝ่ายละ ๓ คน มาเป็นคณะทำงานปรึกษาหารือกัน
๒. วัน เวลาที่นัดประชุมครั้งแรก คือ วันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๓๐ น. ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญญบุรี
๓. ประมาณการคร่าว ๆ ว่าจะจัดการประชุมสมาชิกเครือข่ายในประเทศไทย ประมาณช่วง "ลอยกระทง" ปี ๒๕๕๒ นี้

วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ภารกิจประจำวันจันทร์ที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒

ภารกิจที่ปฏิบัติในวันนี้ มีสาระสำคัญ ดังนี้
๑. ต้อนรับคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ รองคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ และบุคลากรสายสนับสนุนจาก คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี รวมทั้งสิ้นประมาณ ๕๐ คน มีประเด็นสำคัญที่เป็นประโยชน์ ดังนี้
๑.๑ คณะศึกษาศาสตร์ มอ.ปัตตานี ตั้งใจขอใช้คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นตัวเปรียบ (Benchmark) เพราะได้พิจารณาแล้วว่าคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพามีการบริหารงานที่ก้าวหน้าไปมาก
๑.๒ จำนวนบุคลากรของคณะศึกษาศาสตร์ มอ.ปัตตานี มีคณาจารย์ประมาณ ๕๐ ท่าน แต่มีบุคลากรสายสนับสนุนประมาณ ๔๐ ท่าน แต่ของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา มีคณาจารย์ประมาณ ๘๐ ท่านแต่มีบุคลากรสายสนับสนุนประมาณ ๔๐ ท่าน
๑.๓ คณะศึกษาศาสตร์ มอ.ปัตตานี ให้ความสนใจในแผนยุทธศาสตร์ การบริหารงานของคณะศึกษาศาตร์มากและได้ขออนุญาตนำไปเป็นแบบอย่างในการบริหารงานต่อไป
๑.๔ คณะศึกษาศาสตร์ มอ.ปัตตานี ได้ขอเป็นตัวแทนรับปุ๋ยน้ำชีวภาพและชุดหุ่นยนต์ประกอบการเรียนการสอน ซึ่งคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นโดย อาจารย์นันทนา สันตติวุฒิ และ อาจารย ดร.เชษฐ์ ศิริสวัสดิ์ กำลังดำเนินการต่อในเชิงการจดสิทธิบัตรและดำเนินการต่อยอดเชิงธุรกิจ ในโอกาสนี้ คณะศึกษาศาสตร์ มอ.ปัตตานี ได้ขอเป็นผู้แทนจำหน่ายในภาคใต้ ในเครือข่ายโรงเรียนที่ มอ.ปัตตานี มีเครือข่ายอยู่
๑.๕ คณะศึกษาศาสตร์ มอ.ปัตตานี ชื่นชมในแนวคิดการบริหารงานของคณะศึกษาศาสตร์ ม.บุรพามาก เพราะเป็นการฉีกแนวคิดไปจากศึกษาศาสตร์ทั่วไปอย่างชัดเจน
๑.๖ ข้าพเจ้าได้แลกเปลี่ยนแนวคิดและให้ข้อเสนอแนะต่อท่านคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มอ.ปัตตานี ไปว่า คณะศึกษาศาสตร์ มอ.ปัตตานี น่าที่จะใช้วิกฤตเป็นโอกาส โดยจัดทำโครงการผลิตครูสำหรับจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการเฉพาะ โดยขอทุนรัฐบาล และระบบการผลิตจะจัดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา มีโอกาสหมุนเวียนไปเรียนในสถาบันต่าง ๆ เพื่อสัมผัสกับเพื่อน ๆ ต่างสถาบัน เพื่อการเรียนรู้อย่างสมบูรณ์และรอบด้าน เรื่อง นี้สมควรที่คณะศึกษาศาสตร์ ทั่วประเทศควรจะร่วมมือกันเป็นเจ้าภาพจัดทำข้อเสนอต่อรัฐบาลต่อไป
๒. การประชุมบุคลากรสายสนับสนุนทั้งคณะศึกษาศาสตร์ เพื่ออบรมเชิงปฏิบัติการเขียน Job Profile ของแต่ละตำแหน่งและแต่ละคน ซึ่งวันนี้ข้าพเจ้าได้บรรยายนำและให้สาระ แนวคิดแก่บุคลากร ดังนี้
๒.๑ ความสัมพันธ์ของการบริหารยุทธศาสตร์ทั่วทั้งองค์กรกับระบบบริหารยุทธศาสตร์และระบบบริหารคุณภาพTotal Corporate Strategies Management System (TCSMS)
๒.๒ การวิเคราะห์องค์กร (SWOT Analysis)
๒.๓ การบริหารจัดการคุณภาพ (Quality Management System)
๒.๔ การมุ่งเน้นวิธีระบบ (System Approach)
๒.๕ การพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง (Plan-Do-Check_Action TO Standard-Do-Check-Action)
๒.๖ การทำให้ทุกคนมีศักยภาพในการตัดสินได้อย่างมีคุณภาพ (Quality mind/Strategies mind/Learning mind)
๒.๗ การสร้างความเชื่อมโยงการบริการภายในอย่างต่อเนื่องกัน (Internal Service Supply Chain : ISSC)
๒.๘ การนำแนวคิดเชิงการตลาดมาใช้ในการบริหารงาน (Market In)
๒.๙ การวางแผนกลยุทธ์กับการวัดผลการดำเนินงาน
๒.๑๐กระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์
๓. การประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการเงินทุนหมุนเวียน (ข้าพเจ้าอยากจะเรียกมันว่า "บริษัท" ของคณะศึกษาศาสตร์ เพราะมันคือ การลงทุนทำธุรกิจดี ๆ นี่เอง แต่จะต้องบริหารเชิงธุรกิจมิให้มีการขาดทุน ซึ่งวันนี้ ได้เสนอแนะให้โครงการ ไปดำเนินการจัดทำเว็บไซต์เป็นลักษณะของ E-Commerce เพื่อการจำหน่ายสินค้าของคณะ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ศิษย์เก่าทั่วประเทศ นอกจากนั้น ยังจะขอความร่วมมือจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ ช่วยออกแบบ โลโก้ หุ่นยนต์การศึกษา (RoboEd) เพื่อจำหน่ายรวมทั้งรูปลักษณ์สี สรร ของบรรจุภัณฑ์ด้วย
๔. นอกจากนั้น ยังมีปัญหาพิเศษของบุคลากรอีก ๒ รายที่ต้องแก้ไขเป็นรายกรณี ทั้งที่เกิดจากปัญหาส่วนตัว แต่ก็น่าเห็นใจเพราะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นใครที่ประสบแบบนั้นก็คงทุกข์ยากพอสมควร ในฐานะของคณบดีก็ต้องรับฟังและหาทางช่วยแก้ไขหาทางออก เป็นธรรมดาครับ "มุ่งงานอย่างเดียวไม่ ต้องมุ่งคนด้วย"